การดูแลสุขภาพตนเอง

  การดูแลสุขภาพตนเองของคนพิการทางจิต เป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่ทุกคนต้องดูแลสุขภาพของตนเองในทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้ที่จะเข้าสูงผู้สูงอายุ และคนพิการ เพราะร่างกายมีแต่เสื่อมลง ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประกาศว่า สุขภาพดีนั้น มิใช่เพียงการไม่มีโรคเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมการดูแลสุขภาพทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1)ร่างกาย 2) จิตใจ 3)สังคมสิ่งแวดล้อม และ4)จิตวิญญาณ ทุกคนต้องการที่จะดูแลตนเอง ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น กล่าวได้ว่า “การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นกิจกรรมที่บุคคลแต่ละคนปฏิบัติ และยึดเป็นแบบแผนในการปฏิบัติ เพื่อให้มีสุขภาพดี” อาจแบ่งขอบเขตการดูแลสุขภาพตนเอง เป็น 2 ลักษณะ[1] ได้แก่ 1) การดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะปกติ เป็นการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัว ให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ ได้แก่ · การดูแลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ สุข เช่น การออกกำลังกาย การสร้างสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ดี ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งคนพิการทางจิตต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะการรับประทานยาทางจิตเวช จะมีข้อควรระวังเกี่ยวกับสุขภาพที่จะต้องปฏิบัติเช่น ยาที่รับประทานแล้วง่วง ซึม ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ หรือ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ · การป้องกันโรค เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเป็นโรค เช่น การไปรับภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ การไปตรวจสุขภาพ การป้องกันตนเองไม่ให้ติดโรคทั้งโรคตามฤดูกาล หรือโรคเรื้อรังที่อาจจะเกิดขึ้นตามวัย 2) การดูแลสุขภาพตนเองเมื่อเจ็บป่วย ได้แก่ การขอคำแนะนำ แสวงหาวามรู้จากผู้รู้ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขต่างๆ ในชุมชน บุคลากรสาธารณสุข แพทย์เฉพาะทาง ที่จำเป็นกับสภาพความพิการ เพื่อให้ได้แนวทางปฏิบัติ หรือการรักษาเบื้องต้นให้หาย จากความเจ็บป่วยMore..

การรักษาสุขภาพ เป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของ Developer ที่ดี

การทำงานในชีวิตจริง เลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะต้องเจอกับความเครียด ความกดดัน หรือแม้กระทั้งต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ การที่นักพัฒนาอย่างพวกเราทำงานได้บรรลุตามแผน และเป้าหมายมันก็ดูเป็นเรื่องที่ดี นั้นอาจช่วยให้เราเป็นนักพัฒนาที่ดีได้ แต่บางครั้งเรามัวแต่มองเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า จนละเลยเรื่องสุขภาพ และอาจจะเป็นปัญหาตามมาได้ ข้อดีของการมีสุขภาพที่ดี 1. มีสมาธิมากขึ้น งานในสายของพวกเรา เป็นงานที่ใช้สมาธิค่อนข้างสูง การที่เรามีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตที่แข็งแรง ย่อมส่งผลให้เราจัดการระเบียบวิธีการคิดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น — เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ป่วยบ่อย จะมีสมาธิในการทำงานได้ไม่เท่ากับคนที่แข็งแรง แน่นอนว่าความเจ็บป่วยพวกนั้นมันทำลายสมาธิของเขา 2. ฮอร์โมนสมดุล การออกกำกายสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะคาดิโอ หรือเวทเทรนนิ่ง ถ้าเราทำจนเป็นกิจวัตร มันจะช่วยทำให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุล เราจะกระปี้กระเปร่ามากขึ้น เวลานอนเราจะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. การตัดสินใจดีขึ้น จากสองข้อข้างต้น ถ้าเรามีสมาธิสูง และสารเคมีในร่างกายเราสมดุลแล้ว หากมีปัญหาที่ต้องการการตัดสินใจ การตัดสินใจครั้งนั้นเราจะทำได้ดีขึ้น เนื่องจากเรามีพลังงานมากพอที่ไม่เหนื่อยหน่ายกับปัญหา และมีสมาธิพร้อมที่จะเพ่งไปกับการแก้ปัญหา การตัดสินใจครั้งนั้นจะดีขึ้นอย่างแน่นอน 4. อารมณ์ดี งานสาย developer เป็นงานที่ใช้ทักษะค่อนข้างสูง และเป็นงานในลักษณะ problem solving ซะเยอะด้วย การเจอปัญหาเยอะๆ มันไม่ใช่เรื่องดี ไหนจะต้องสู้กับ dead-line ไหนจะต้องรับมือกับบัก ถ้าเราสติไม่มั่นคง เราได้นั่งเศร้าหมองจมอยู่กับปัญหาแน่ แต่ถ้าเราสุขภาพดี มันจะส่งผลทำให้เราจิตใจดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้นด้วย นั้นทำให้เรารับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น 5. มีความละเอียดรอบคอบ สุขภาพมักจะส่งผลกับวิธีคิดและไตร่ตรองของเราด้วย เปรียบเทียบกันถ้าเราต้องคิดโค้ดยากๆ ตอนเราป่วย กับตอนที่เราสุขภาพดี แน่นอนว่าตอนสุขภาพดีเราคิดงานได้ละเอียดกว่าอยู่แล้ว 6. ทำงานได้มากขึ้น ถ้าเราทำงานหามรุ่งหามค่ำ 3 วัน แล้วลาป่วยไป 2 วัน เมื่อเทียบกับทำงานวันละ 6–8 ช.ม. ทุกวัน แต่เน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ การทำงานแบบรักษาสุขภาพจะทำให้เราทำงานได้มากขึ้นMore..

วัยรุ่นกับการดูแลสุขภาพ

วัยรุ่น เป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพที่ต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจ ไปสู่สภาวะที่ต้องมีความรับผิดชอบและพึ่งพาตนเอง และเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วุฒิภาวะทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม จึงนับว่าเป็นช่วงที่สำคัญมากช่วงหนึ่ง เนื่องจากเป็นช่วงต่อของวัย วัยรุ่นกับการดูแลสุขภาพ          ในปัจจุบันพบว่ามีโรคซึ่งมีอันตรายถึงตายอยู่หลายโรค  ซึ่งเกิดจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ดีในช่วงวัยรุ่น  ตัวอย่างเช่น หากคุณสูบบุหรี่ คุณก็จะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคเส้นเลือดในสมองมากขึ้นเมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่  บุหรี่ยังอาจทำให้คุณหายใจติดขัด  ใบหน้าเหี่ยวย่น และทิ้งคราบฟันที่ไม่น่าดูเอาไว้  หลายคนติดบุหรี่ตั้งแต่อายุ 18 ปี  แต่หากคุณไม่สูบบุหรี่  คุณก็จะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคเส้นเลือดในสมองลดลง  นอกจากนี้แล้วหากคุณสามารถเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น การไม่ประมาทในการขับขี่รถ การเลี่ยงการดื่มสุราและใช้สารเสพติด การงดการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยหรือในขณะที่ยังไม่พร้อม  การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และการออกกำลังกายโดยสม่ำเสมอแล้ว ย่อมทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีไปตลอดช่วงชีวิตของคุณ            วัยรุ่น เป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพที่ต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจ ไปสู่สภาวะที่ต้องมีความรับผิดชอบและพึ่งพาตนเอง และเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วุฒิภาวะทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม จึงนับว่าเป็นช่วงที่สำคัญมากช่วงหนึ่ง เนื่องจากเป็นช่วงต่อของวัยเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะช่วงแรกจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงด้านสติปัญญา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นด้วยกันเอง และบุคคลรอบข้าง             สุขภาพที่ดี ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะมี โดยเห็นได้จากปัจจุบันนี้มีการคิดค้นสารอาหารต่างๆ เพื่อช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น เพราะทุกคนหันกลับมาให้ความสนใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น การทำให้ตนเองดูดีทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เป็นประเด็นหนึ่งที่วัยรุ่นสมัยนี้ให้ความใส่ใจ และสนใจ เห็นได้จากการพยายามดูแลตัวเองทั้งในเรื่องของการเลือกกิน การเลือกเครื่องสำอางที่ใช้ และใช้ครีมบำรุงผิวพรรณต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพราะไม่มีใครต้องการที่จะเจ็บป่วย หรือมีร่างกายทรุดโทรมMore..

การดูแลสุขภาพให้ดีต้องทำอย่างไร

การดูแลสุขภาพถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับมนุษย์ทุกคน เพราะสุขภาพของคนเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คนเรานั้นมีอายุยืนปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายได้ ในปัจจุบันสังคมในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากในเรื่องของการใช้แรงงาน หันเปลี่ยนมาเป็นการทำงานที่นั่งโต๊ะทำงานเป็นจำนวนมากอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่แค่รเองการทำงานเรื่องเดียวยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตในประจำวันแบบเร่งรีบอาจส่งผลให้เกิดความเครียดได้ แล้วยิ่งในปัจจุบันการทำงานก็เริ่มเยอะมากขึ้นจึงไม่มีเวลาที่จะดูแลสุขภาพ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เท่าที่ควร การออกกำลังกายเป็นยารักษาโรคอีกรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณนั้นแข็งแรงได้  รวมไปถึงเรื่องการรับประทานอาหารด้วยในตอนนี้ชีวิตประจำวันของคนทำงานบางส่วนก็ยังทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพอย่างเช่น อาหารสำเร็จรูปทั้งหลายที่มี โปรตีน หรือ มีวิตามินน้อยกว่าการรับประทานอาหารทั่วไป อีกทั้งยังมีเรื่องของการไม่ดูแลสุขภาพของตนเองอีกด้วย วันนี้ผมจะมาแนะนำการรับประทานอาหารเพื่อดูแลสุขภาพให้ดีก็คือ อย่างแรกเลยทุกคนควรกินอาหารในแต่ละมื้อให้ครบ 5 หมู่ และควรควบคุมน้ำหนักตัวเองไม่ควรที่จะปล่อยปะละเลย ต่อมาควรที่จะเลือกทานข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารจำพวกแป้งแล้วก็ควรที่จะเลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว เพราะว่าข้าวกล้องจะได้สารอาหารหรือใยอาหารมากกว่าในตอนทานข้าวก็ควรทานผักให้เยอะๆ และต้องกินผลไม้เป็นปะจำเพราะจะทำให้สร้างภูมิคุ้มกัน และยังช่วยต้านทานโรคมะเร็งอีกด้วย ควรที่จะหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูงในบาง มื้อ ถ้าอยากทานเนื้อสัตว์ก็ควรที่จะทานปลาเพราะปลาเป็นสัตว์ที่ทีไขมันต่ำ และที่สำคัญควรจะเลี่ยงไม่กินอาหารที่มีรสจัดด้วย ถ้าหากอยากมีสุขภาพที่ดีก็ควรรับประทานอาหารตามที่กล่าวไว้นะครับ ขอบคุณที่มา waterlang.org

การดูแลสุขภาพ

  การดูแลสุขภาพเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ต้องรู้จักการกินอาหารเป็นสิ่งสำคัญ รองลงมาคือการออกกำลังกาย ด้วยเหตุนี้ทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวิจัยโภชนาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านอาหารและโภชนาการ จึงได้จัดทำ “ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 9 ข้อ หรือโภชนบัญญัติ 9 ประการ” เพื่อเผยแพร่ให้ใช้ยึดเป็นแนวทางในการกินอาหารให้หถูกต้องตามหลักโภชนาการ           โภชนบัญญัติ 9 ประการ ประกอบด้วย     1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากกลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว เพื่อให้สารอาหารที่ ร่างกายต้องการอย่างครคบถ้วนและมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่อ้วนหรือผอมเกินไป     2. กินข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ เลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาวและได้คุณค่าและใยอาหารมากกว่า     3. กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้     4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ ปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดี และย่อยง่าย เป็นอาหารที่หาง่าย ถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้     5. ดื่มนมให้เหมาะสมกับวัย นมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เด็กควรดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว ผู้ใหญ่ควรดื่มนมพร่องมันเนย วันละ 1-2 แก้ว     6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร กินอาหารประเภททอด ผัด หรือแกงกะทิ แต่พอควร เลือกกินอาหาร ประเภท ต้ม นึ่ง ย่าง (ที่ไม่ไหม้เกรียม) แกงไม่ใส่กะทะเป็นประจำ     7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด หวานจัด เค็มจัด กินหวานมากเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด กินเค็มจัดเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงMore..