“บริจาคเลือด” กับประโยชน์สุขภาพที่คุณอาจคาดไม่ถึง

          การบริจาคเลือดถือเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ หากสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และมีคุณสมบัติตรงตามที่ศูนย์รับบริจาคโลหิตต้องการ เช่น มีอายุระหว่าง 17-70 ปีบริบูรณ์ มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป ก็สามารถบริจาคเลือดได้ ผู้บริจาคเลือดไม่เพียงจะได้รับความสุขจากการให้ แต่ยังได้รับประโยชน์สุขภาพอีกมากมายที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง ประโยชน์ดีๆ ที่ได้จากการบริจาคเลือด ช่วยเผาผลาญแคลอรี การบริจาคเลือดอาจเหมือนแค่นอนนิ่ง ๆ แต่จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า การบริจาคเลือดครั้งละ 450 มิลลิลิตรสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 650 กิโลแคลอรี แม้การบริจาคเลือดแต่ละครั้ง จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะลดน้ำหนักด้วยการโหมบริจาคเลือดได้ เพราะคุณสามารถบริจาคเลือดได้ทุก 3 เดือน โดยต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วย ช่วยป้องกันภาวะเหล็กเกิน ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่หากมีธาตุเหล็กสะสมอยู่ภายในร่างกายมากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะเหล็กเกิน (hemochromatosis) คือ ธาตุเหล็กไปเกาะอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ หัวใจ ไต ส่งผลให้เป็นโรคอย่าง ตับแข็ง เบาหวาน ข้ออักเสบ เป็นต้น ซึ่งการบริจาคเลือดจะทำให้ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายน้อยลง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะเหล็กเกินได้ ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการศึกษาพบว่า การบริจาคเลือดเป็นประจำติดต่อกันนานหลายปี จะช่วยลดความเข้มข้นของเลือด และระดับธาตุเหล็กในร่างกาย จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหัวใจวายได้ถึง 88% และลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจชนิดรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 33% ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง การบริจาคเลือดเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งที่มีสาเหตุจากมีธาตุเหล็กสูงเกินไป เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำใส้มะเร็งกระเพาะ มะเร็งลำคอได้ โดยยิ่งบริจาคเลือดบ่อย ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งก็จะยิ่งลดลง กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดใหม่ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากบริจาคเลือด ไขกระดูกจะถูกกระตุ้นให้จะสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ ขึ้นมาทดแทนเลือดที่เสียไป และเม็ดเลือดแดงของคุณจะกลับมามีปริมาณเท่าเดิม ภายในเวลา 60More..

มะเขือยาว สรรพคุณน่าว้าว ช่วยลดคอเลสเตอรอลก็ได้

     สรรพคุณของมะเขือยาวนอกจากจะอร่อยและทำได้หลายเมนูแล้ว มะเขือยาวยังเป็นผักเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ดี ๆ อีกหลายข้อเลยนะ  สำหรับคนที่ชอบกินเมนูมะเขือยาวไม่ว่าจะเป็นผัดมะเขือยาว มะเขือยาวชุบไข่ทอด จิ้มน้ำพริกกะปิ หรือคนที่ชอบกินมะเขือยาวดิบ ๆ ได้เวลามาทำความรู้จักสรรพคุณมะเขือยาวกันแล้วล่ะค่ะ ไหนดูซิมะเขือยาวสรรพคุณจะเด็ดดวงแค่ไหน มะเขือยาว มีทั้งสีขาว สีเขียว และสีม่วง           มะเขือยาวมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Solanum melongena. ส่วนชื่อภาษาอังกฤษคือ Egg plant และในบ้านเรานอกจากจะเรียกว่ามะเขือยาวแล้ว ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น มะเขือม่วง มะเขือขาว มะเขือหำม้า หรือบ่าเขือหำม้า (ภาษาเหนือ) อีกด้วย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะเขือยาว           มะเขือยาวเป็นพืชล้มลุก ความสูงของต้นประมาณ 0.5-1 เมตร ลำต้นแข็งแรง มีขนนุ่มปกคลุมทั่วใบ แผ่นใบเรียบ ขนด้านล่างจะหนากว่าด้านบน ขอบใบเว้าลึกเป็นช่วง ๆ และมีลักษณะงุ้มเข้าหากลางใบ แผ่นใบมีเส้นผ่าศูนย์กลางใบนูนสีม่วงมองเห็นอย่างเด่นชัด            ในส่วนของผลมะเขือยาวนั้น ปัจจุบันมีมะเขือยาวหลายสี ทั้งมะเขือยาวสีขาว มะเขือยาวสีม่วง มะเขือยาวสีม่วงปนขาว และมะเขือยาวสีเขียวอ่อน ๆ ที่เห็นบ่อยกว่าสีอื่น ๆ ทั้งนี้ในส่วนของสีผลมะเขือยาวก็ขึ้นอยู่กับพันธุ์มะเขือนั่นเองค่ะ มะเขือยาว แคลอรีเยอะไหม    คราวนี้เรามาดูสรรพคุณของมะเขือยาวกันบ้างค่ะ  สรรพคุณของมะเขือยาว 1. ช่วยในการขับถ่าย           มะเขือยาวเป็นผักที่มีไฟเบอร์อยู่ราว ๆ 3-5% ซึ่งถือว่าเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูงพอตัวและช่วยในการขับถ่ายได้ โดยเราจะเห็นได้ชัดว่าใยอาหารของมะเขือยาวค่อนข้างมีอยู่มากจริง ๆ อย่างเวลานำมะเขือยาวไปตำน้ำพริกก็จะเห็นใยอาหารของมะเขือยาวเป็นเส้น ๆ เลยเนอะ 2. ลดคอเลสเตอรอล           รศ. ดร.รัชนีMore..