สูตรอาหารง่ายๆ เพื่อการมีอายุยืนยาวและชะลอวัย

    สูตรอาหารเพื่ออายุที่ยืนยาว (The Longevity Diet Plan) นั้นเป็นการรวบรวมคู่มือการรับประทานที่ใช้ได้จริง ซึ่งจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนรูปแบบการรับประทานอาหารของคุณภายในเวลา 1 เดือน การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นอาจกลายเป็นสิ่งที่คุณเสพติด หรือการเลือกรับประทานอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งอาจจะทำให้การรับประทานอาหารนั้นกลายเป็นความเครียด เคล็ดลับในการเปลี่ยนแปลงนิสัยในการรับประทานนั้นคือการทำให้เป็นธรรมชาติ เปลี่ยนง่าย ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของสูตรการรับประทานอาหารในระยะยาว             วิธีที่ประสบความสำเร็จประกอบด้วย: คุณทำตามเพียง 1 จาก 4 คำแนะนำในการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่อยู่ถัดจากนี้ไปในแต่ละสัปดาห์เพื่อควบคุมการรับประทานอาหาร และเริ่มรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยที่ไม่ต้องจำกัดการรับประทานอาหารทั่วไป เป้าหมายก็คือการส่งเสริมนิสัยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและกำจัดนิสัยไม่ดีไปในเวลาเดียวกัน คุณควรมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่คุณสามารถทำให้ดีขึ้นได้แทนสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ เพียงโฟกัสที่ผลลัพธ์ด้านบวก คุณก็จะสร้างสุขนิสัยที่ดีขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่คุณทำไม่ได้มากนัก   ใครควรทำตามสูตรอาหารนี้ ?           สูตรอาหารนี้ไม่ใช่สูตรอาหารสำหรับลดน้ำหนัก ดังนั้นถึงแม้ว่านิสัยการรับประทานอาหารที่ดีนั้นอาจจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ แต่สูตรนี้จะเน้นที่การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น คุณกำลังต้องการรับประทานอาหารให้ดีขึ้นและเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารเล็กน้อยแต่ไม่ต้องการทำสูตรอาหารที่เข้มงวดหรือไม่ ? สูตรอาหารนี้ใช้เวลาเพียง 1 เดือน โดยเปลี่ยนแปลงความท้าทายเกี่ยวกับอาหารไปในแต่ละสัปดาห์   ความท้าทายนั้นอยู่ที่การรับประทานอาหารที่อร่อยและทำตามแบบที่คุณชื่นชอบ คุณจะต้องใช้เวลาไปกับการทำอาหารและซื้อของแต่ไม่ต้องใช้การนับพลังงาน ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของกฎบางข้อที่คุณจะต้องปฏิบัติเมื่อเลือกใช้สูตรนี้ และเมื่อคุณปฏิบัติตามครบ 1 เดือนหรือมากกว่านั้น คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน กฎของการรับประทานอาหารเพื่ออายุที่ยืนยาว เราใส่เพิ่มและเราก็นำออก ในแต่ละสัปดาห์คุณจะเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหาร 2 อย่าง การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกนั้นเกี่ยวกับการเพิ่มบางอย่างเข้าไปในอาหาร การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างนั้นจะรวมถึงการนำบางอย่างออกหรือลดบางอย่างลง ความท้าทายง่าย ๆ เหล่านี้ทำให้คุณสามารถทำตามไปได้เรื่อย ๆ หลังจาก 4 สัปดาห์ คุณจะมีกฎ 8 ข้อเกี่ยวกับอาหารที่คุณควรและไม่ควรรับประทาน และนั่นก็เป็น 8More..

ภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพแบบไม่เด่นชัด (Personality Disorder Not Otherwise Specified)

        ภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ แบบไม่เด่นชัด (PD-NOS) เป็นการวินิจฉัยชนิดของความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ  อ้างอิงตามตำราวินิจฉัยด้านความผิดปกติทางจิตฉบับที่ 4  the Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, fourth edition (DSM-IV-TR) เนื่องจากเป็นภาวะที่พบความผิดปกติด้านบุคลิกภาพหลากหลาย  แต่ไม่ครบตามเกณฑ์ทั้งหมด จึงไม่สามารถระบุชนิดของภาวะผิดปกตินั้น ผู้ป่วยมักมีอาการทางจิต เช่น หูแว่ว หวาดระแวง มีความคิดแปลกๆ คำพูดแปลกๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภทหรือโรคจิตชนิดอื่นๆได้ชัดเจน ตาม ตำราวินิจฉัยด้านความผิดปกติทางจิตฉบับที่ 5(DSM-5) มีการแทนที่ ภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ แบบไม่เด่นชัด (PD-NOS) ด้วยภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ แบบมีลักษณะบ่งชี้ personality disorder—trait specified (PD-TS) ประเภทและลักษณะของภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ (Personality Disorders) ความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ (Personality Disorders) มีลักษณะเด่นชัดคือมีความคิด และความรู้สึกเกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่นไปในทางที่รู้สึกว่าตนเองด้อยค่าในการทำงาน ในการใช้ชีวิตประจำวัน  มักมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับผู้อื่น  มี 10 บุคลิกภาพผิดปกติตามที่ระบุไว้ในตำราวินิจฉัยด้านความผิดปกติทางจิตฉบับที่ 5( DSM-5)  ดังนี้ อาการบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง (Borderline Personality Disorder_BPD) มักมีปัญหารุนแรงด้านความสัมพันธ์กับคนอื่น หวาดระแวง กลัวการถูกทอดทิ้งแบบหยั่งรากลึก อารมณ์ ไม่มั่นคง อารมณ์รุนแรง รู้สึกไม่มีตัวตน บุคลิกหวาดระแวง (Paranoid personality disorder) มักแยกตัวจากสังคม ไม่เป็นมิตร มีความกังวลว่าคนอื่น ๆ จะมีแรงจูงใจซ่อนเร้น หลอกใช้งาน มักมีปัญหาในการทำงานและการเข้ากับผู้อื่น บุคลิกหลีกเลี่ยง (Avoidant personality disorder) ขี้อาย อ่อนไหว  เจ็บปวดง่าย เห็นตัวเองไม่ดีเท่าคนอื่น   มักหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรืองานที่ต้องติดต่อกับคนอื่น ไม่เปิดกว้างกับลักษณะความสัมพันธ์เชิงเสน่หาMore..

สิ่งที่ทานได้เมื่อคุณทานอาหารเหลวใส

อาหารเหลวใส ประกอบด้วยของเหลวที่ไม่มีชิ้นเนือใดๆปน อาจมีสีได้ เช่น น้ำส้ม หรือน้ำแครนเบอร์รี่ หรืออาจมีรสชาติได้เล็กน้อย เช่นหวาน หรือเค็ม แต่ไม่ควรมีสิ่งใดลอยหรือตกตะกอนอยู่ในของเหลวนั้น โดยอาหารชนิดนี้จะสามารถย่อยได้ง่าย และไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักจนเกินไป อาหารเหลวใสที่แนะนำ โดยทั่วไปอาหารเหล่านี้จะสามารถรับประทานได้หากคุณจำเป็นต้องได้รับอาหารเหลวใส แต่ควรตรวจสอบกับแพทย์ของคุณทุกครั้งถึงข้อจำกัดเพิ่มเติม น้ำเปล่า น้ำแอปเปิล น้ำองุ่น น้ำเชอร์รี่ นี้แครนเบอร์รี่ น้ำเบอร์รี่รวม น้ำมะนาว (ไม่ผสมเนื้อ) น้ำต้มไก่ชนิดใสและไม่มีไขมัน น้ำต้มผักชนิดใสและไม่มีไขมัน น้ำต้มเนื้อวัวชนิดใสและไม่มีไขมัน น้ำซุปเจือจาง วุ้นเจลาตินรสต่างๆ กาแฟ (ไม่ใส่ครีม) ชา (ไม่ใส่ครีม) น้ำอัดลมใส น้ำผลไม้แท่งที่ไม่ผสมเนื้อผลไม้ หรือไอศกรีม เกลือแร่ น้ำผึ้ง ลูกอมชนิดแข็ง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่ใส เช่น นม ครีม วิปครีม นมอัลมอนด์ น้ำซุปข้น น้ำผลไม้ที่ผสมเนื้อผลไม้ และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์  

เรียนรู้ที่จะรักคนที่คุณอยู่ด้วยเพื่อให้มีความสุขมากขึ้น

หากคุณคิดว่าคุณเป็นคนที่ชอบเข้าสังคมตามธรรมชาติ คุณอาจไม่ได้ตกใจเมื่อได้ยินว่าการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวนั้นจะทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น แต่หากคุณเป็นพวกต่อต้านสังคม คุณไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ เพราะว่าคุณจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ออกไปพบปะกับคนอื่นจริง ๆ มีการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมและสังคมต่อสุขภาพมาหลายปี โดยจากการศึกษาพบว่ามนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคมซึ่งต้องการการติดต่อกับมนุษย์คนอื่นเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ ในความเป็นจริงแล้ว การขาดการติดต่อทางสังคมนั้นถูกเรียกว่าเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าการสูบบุหรี่ด้วยซ้ำ การอยู่คนเดียวส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณเช่นเดียวกับความเสี่ยงต่อการเกิดโรควิตกกังวล ซึมเศร้า และพฤติกรรมหลีกเลี่ยงสังคม (มันง่ายมากที่จะพบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นวงจรอุบาทว์: การไม่เข้าสังคมทำให้เพิ่มพฤติกรรมที่จะส่งผลต่อการเข้าสังคมมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะมีพฤติกรรมดังกล่าวมากขึ้นไปอีก) และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการเข้าสังคมและความสุข การเข้าสังคมนั้นเป็นโรคติดต่อ   โฆษณาจาก HonestDocs ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่ ประโยชน์จากการเข้าสังคมทั้งความรัก  ความเข้าใจ และความสุขนั้นเป็นเหมือนโรคติดต่อซึ่งสามารถส่งผ่านความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ได้ และนั่นเป็นข่าวดี เพราะหมายความว่าคุณสามารถได้รับประโยชน์จากเครือข่ายของคุณ (ซึ่งก็คือผู้ที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรือออนไลน์) ในแบบที่ไม่คาดคิด และแม้ว่าความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งจะทำให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุด แต่การปฏิสัมพันธ์ง่าย ๆ ก็สามารถส่งผลดีมาได้เช่นกัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดบางคนคิดว่าเครือข่ายทางสังคมซึ่งเกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อนนั้นทำให้เกิดผลดีต่อเนื่องในหลายทาง ซึ่งผู้ที่กำลังได้รับอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน การสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นอยู่กับมุมมอง   การที่คุณรู้สึกเหงาแม้ว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนหรือรู้สึกโดดเดี่ยวแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนนั้น แสดงว่าคุณมีปฏิสัมพันธ์น้อยลงเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังทำโดยขึ้นอยู่กับมุมมองที่คุณมีต่อความสัมพันธ์เหล่านั้น   ควรใช้เวลาในการรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตซึ่งทำให้ความสัมพันธ์นั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่านั่นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของคุณหรือไม่ก็ตาม   การมีความสัมพันธ์ทำให้เราใจดีมากขึ้น การสัมผัสถึงความเชื่อมโยงของตัวเรากับบุคคลรอบ ๆ ได้จะเพิ่มระดับความใส่ใจ การทดลองที่มีชื่อเสียงของ Jonathan Stark ที่เผยแพร่ข้อมูลบัตร Starbucks ของเขาให้สาธารณะและสนับสนุนให้ใครก็ตามสามารถใช้มันหรือบริจาคได้ตามที่ต้องการ นั้นเป็นการนำบัตรดังกล่าวมาใช้เชื่อมโยงทั้งทางเครือข่ายออนไลน์ทำให้คนอื่นอยากที่จะมีส่วนร่วม มันเหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมซึ่งดึงเอาความรู้สึกอยากที่จะให้ของแต่ละคนออกมา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้เมื่อเรานำมาเปรียบเทียบกับการบริการในชุมชนและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อื่น ๆ ผู้ที่มีน้ำใจต่อคนอื่นนั้นไม่ได้ทำให้สุขภาพและความสุขของตนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองเชื่อมโยงกับผู้อื่นมากขึ้น และผู้ที่ได้รับการบริการนั้นก็รู้สึกดีขึ้นเช่นกัน   เราสามารถเก็บเกี่ยวจากความสัมพันธ์ได้ ใช่แล้ว แม้แต่คนที่ไม่ค่อยชอบแสดงออกก็ยังสามารถหาวิธีที่จะสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ได้ ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทำให้การหาจุดยืนหรือกลุ่มของคุณนั้นง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะบุคคลจริง ๆ หรือผ่านสื่อออนไลน์ ข่าวดีก็คือความสัมพันธ์ที่ดีทั้งหมดนั้นทำให้มีผลดีต่อสุขภาพและความสุข ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องมองหาเฉพาะเพื่อนสนิทหรือความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งถึงจะมีความสุข การเข้าร่วมปฏิสัมพันธ์ในแง่บวกใด ๆ ก็ตามจะเพิ่มความรู้สึกดีให้กับคุณ ยิ่งคุณติดต่อกับคนอื่นมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น และคุณก็จะสามารถสร้างเครือข่ายได้มากขึ้นต่อไป   ความสัมพันธ์คือคำตอบ หากคุณได้อ่านเกี่ยวกับ GrantMore..

เปลี่ยนตัวเองให้มีสุขภาพดี ด้วย 5 วิธีแบบง่ายๆ

  การดูแลสุขภาพ บางคนก็บอกว่าง่าย ส่วนบางคนก็อาจจะคิดว่ายาก จริง ๆ แล้วในกระบวนการดูแลสุขภาพนั้น แต่ละคนย่อมที่จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป บางคนเน้นที่จะเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ โดยเน้นผักและผลไม้เป็นหลัก บางคนเน้นที่จะออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ และเลือกรับประทานอาหารโดยนับตามแคลลอรี่ แต่ไม่ว่าจะใช้เทคนิคไหนก็ตาม ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องหันมาเน้นรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ เพื่อที่จะสามารถดูแลสุขภาพได้ดีมากยิ่งขึ้น และในเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อที่จะดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง เราขอแนะนำ ดังนี้ เริ่มต้นเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหาร น้ำมันที่คุณนำมาใช้ในการปรุงอาหารนั้น คุณใช้น้ำมันอะไร แบบไหน? ในกรณีที่เราอยากจะแนะนำเพื่อให้คุณได้ดูแลสุขภาพโดยตรง เราขอให้คุณอย่าประหยัดเงินที่จะใช้ในการเลือกซื้อน้ำมัน โดยให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาลงทุนยอมซื้อน้ำมันราคาแพงแต่มีประโยชน์อย่างแท้จริง อย่างเช่น น้ำมันมะกอก , น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งคุณจะสามารถลดไขมันที่เป็นโทษต่อสุขภาพร่างกายได้ส่วนหนึ่งเลยทีเดียว เน้นดื่มน้ำให้มากขึ้น การดื่มน้ำให้มากขึ้นต่อวัน โดยค่อย ๆ ดื่มทีละนิด จิบทีละหน่อย แต่ต้องให้ได้ปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม ย่อมเป็นใบเบิกทางที่ดีในการดูแลสุขภาพของคุณ แต่ถ้าหากคุณทำได้ เราขอให้คุณดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตรเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าหากใครทราบว่าไตของตนเองทำงานผิดปกติ ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ว่าควรดื่มน้ำวันละเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม และไม่เป็นอันตรายต่อตัวคุณ พยายามเสริมแคลเซียมให้กับตัวคุณ การดื่มนมหรือแม้กระทั่งการรับประทานปลาตัวเล็กทั้งตัวและก้าง หรือแม้กระทั่งการเลือกกินผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว ย่อมสามารถที่จะเสริมสร้างแคลเซียมที่จำเป็นต่อร่างกายของคุณได้ ส่งผลทำให้ระบบประสาทสามารถทำงานได้ดี กล้ามเนื้อและกระดูกของคุณก็แข็งแรงอีกด้วย จงเลิกกินขนมและของจุกจิก ไม่ว่าจะเป็นโดนัท คุกกี้ หรือแม้กระทั่งเค้กหน้าสวย ๆ เย้ายวนใจ สิ่งเหล่านี้คุณควรลดปริมาณลง หรือถ้าจะให้ดีควรเลิกรับประทานไปเลยยิ่งดี ถ้าคุณรู้สึกหิวก็เลือกที่จะรับประทานผลไม้แทน นอกจากนี้คุณควรพยายามทำความรู้จักและเริ่มต้นรับประทานธัญพืชพร้อมทั้งข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน และ ลูกเดือยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะทำให้คุณคุ้นเคยไปกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพของคุณโดยตรง เพราะอาหารเหล่านี้ดีจริงต่อสุขภาพ เนื่องจากอุดมไปด้วยไฟเบอร์อย่างมากมาย ลดโรคภัยอันร้ายแรงได้หลากหลายโรคด้วยกัน   ขอบคุณที่มา  poinsettcountyfair